จริงหรือที่ว่า... ดื่มแอลกอฮอล์ จะช่วยป้องกันการเป็นโรคหัวใจได้

สมัยนี้มักจะมีข่าวในสื่ออยู่เนืองๆ ว่าการดื่มสุราเมรัยหรือถ้าเรียกแบบวิทยาศาสตร์หน่อยก็ว่า แอลกอฮอล์สามารถป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดได้ เรื่องนี้ดูเหมือนจะเริ่มต้นโด่งดังขึ้นมา ตั้งแต่มีการรายงานเรื่องไวน์แดงที่คนฝรั่งเศสดื่มกันเป็นประจำว่า สามารถป้องกันโรคหัวใจได้ แล้วก็มีการศึกษาเรื่องไวน์กันมาก ศึกษากันว่าอะไรแน่หนอในไวน์แดงที่ทำให้ป้องกันโรคหัวใจได้

การศึกษาอะไรต่างๆ เหล่านั้นทั้งหมดเป็นการศึกษาแบบระบาดวิทยา คือการดูจากคนส่วนมากว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้ศึกษาแบบที่แสดงเหตุและผลของสารตัวใดตัวหนึ่ง แบบสุ่มเปรียบเทียบกับสารหลอก แบบวิทยาศาสตร์จ๋า ที่เขาเรียกว่า double blind control trial การศึกษาแบบระบาดวิทยาน่าเชื่อถือน้อยกว่า แต่ไม่ใช่การศึกษาแบบระบาดวิทยาจะใช้ไม่ได้

อย่างเช่นในเรื่องที่ว่าการสูบบุหารี่ทำให้เกิดมะเร็งก็ได้ จากการศึกษาแบบระบาดวิทยา ยังไม่มีใครเคยทดลองให้คนสูบบุหรี่เปรียบกับคนไม่สูบ แล้วติดตามดูผลเป็นเวลาแรมปีให้รู้ถึงเหตุผลและผลของการสูญบุหรี่แบบวิทยา ศาสตร์จ๋าจริงๆ การทดลองแบบนี้คงเป็นไปไม่ได้ เมื่อระบาดวิทยาบ่งชี้ชัดมากอย่างนั้น ไม่มีใครที่มีจริยธรรมกล้าทำการทดลองอย่างนั้น เรื่องนี้เป็นจุดอ่อน เป็นเรื่องที่อุตสาหกรรมยาสูบเอาไปอ้างเข้าข้างตัวเองมานาน

แต่ระบาดวิทยาในบางเรื่องก็ผิดพลาด เช่น ในเรื่องการให้ฮอร์โมนเพศหญิงทดแทนในหญิงหมดระดู เมื่อก่อนเคยมีการศึกษาระบาดวิทยาพบว่า ฮอร์โมนเพศหญิงสามารถป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดได้ แต่ตอนหลังเมื่อมีการทดลองสุ่ม เปรียบเทียบฮอร์โมนเพศหญิงกับยาหลอก แล้วจึงเห็นผลชัดว่า ฮอร์โมนเพศหญิงที่ให้ทดแทนในหญิงหมดระดู ทำให้เกิดมะเร็งเต้านมมากขึ้น โรคหัวใจมากขึ้น โรคลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดดำมากขึ้น ฯลฯ จนตอนนี้ต้องแนะนำให้เลิกใช้ฮอร์โมนทดแทนในหญิงหมดประจำเดือนแบบเหวี่ยงแห

อย่างไรก็ตามข้อมูลสนับสนุนการดื่มแอลกอฮอล์จำนวนน้อยๆ เป็นประจำเพื่อป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด ก็ยังหนักแน่นไม่มีอะไรมาลบล้าง ถ้าท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่ดื่มเหล้าแบบรับผิดชอบได้คือ กินเหล้าแบบไม่ให้เหล้ากิน กินเหล้าเพื่อสุขภาพ ก็ควรจะทำต่อไปได้ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยกินเหล้ามาก่อน ก็ไม่ควรจะเริ่มต้น เพราะการกินเหล้านอกจากผิดศีลและเสียหายอย่างอื่นแล้ว เหล้านั้นมีข้อเสียต่อสุขภาพของอวัยวะสำคัญอย่างอื่นคือตับ

เป็นที่ทราบกันแน่นอนแล้ว่า แอลกอฮอล์ถ้าดื่มเป็นประจำเป็นเวลานานๆ จะมีผลเสียต่อตับ เช่น บางคนไม่ต้องดื่มมากแค่วันละ 2 แก้วต่อวันเป็นเวลานานๆ หลายปี ก็อาจจะเป็นโรคตับได้แล้ว แต่ตับคนเรามีปฏิกิริยาตอบสนองต่อแอลกอฮอล์ไม่เหมือนกัน บางคนติดเหล้าเรื้อรัง ดื่มมากเป็นเวลานานแต่ตับกลับไม่เป็นอะไร มันน่าแปลก แต่นั่นเป็นคนส่วนน้อย คนส่วนใหญ่จะเกิดโรคจากการดื่มเหล้า

ข้อมูลเพิ่มเติม
http://www.elib-online.com/doctors46/med_alcohol001.html

รูปหัวใจทำไมเป็นแบบนี้...



กล่าวกันว่าหัวใจเป็นที่กำเนิดและแหล่งพักพิง ของความรักและความรู้สึกทั้งมวล ดังนั้นเราจึงมักแทนความรู้สึกรักใคร่เสน่หาด้วยรูปหัวใจ

รูปหัวใจที่มีลักษณะโค้งนูนสองข้างด้านบน กับมีปลายแหลมตรงกลางด้านล่างนั้น เป็นสัญลักษณ์ที่พบว่ามีใช้กันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ ๑๒ อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารูปหัวใจที่ใช้กันมาเนิ่นนานนั้นจะมีลักษณะคล้ายกับหัวใจจริง ๆ แต่ก็มีบางคนให้ความเห็นว่า รูปหัวใจนั้น ดู ๆ ไปก็คล้ายกับสะโพกคนด้วยความเห็นนี้มีความหมายมิใช่น้อย เพราะสำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีวิวัฒนาการสูง เช่น ลิง หรือคน (primates) แล้วสะโพกเป็นส่วนที่กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ จึงเป็นไปได้ว่าสิ่งนี้อาจเป็นจุดกำเนิดหรือที่มาของรูปหัวใจที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบัน

กระนั้นก็ตาม คนที่เห็นต่างออกไปเสนอว่า รูปหัวใจนั้นดูคล้ายกับลำตัวของผู้หญิง (ตั้งแต่ส่วนอกลงมาถึงส่วนเอวที่คอด) มากกว่า แต่ผู้ที่เสนอความเห็นประการหลังนี้ไม่ได้ให้เหตุผลประกอบแต่อย่างใด ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า ที่มาของรูปหัวใจนั้นใครจะมองเป็นเช่นใดก็ขึ้นกับจินตนาการ เหตุผล และอารมณ์ที่แตกต่างกันไปของแต่ละคนกระมัง

เครดิต: “ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี”

ทำไมหิ่งห้อยจึงต้อง คู่กับต้นลำพู


หิ่งห้อยเป็นแมลงปีกแข็ง ขนาดเล็ก สามารถทำแสงกระพริบได้ในเวลากลางคืน หิ่งห้อยได้ชื่อว่าเป็นแมลงที่ให้ความสวยงามยามราตรี ซึ่งส่วนใหญ่เราจะเห็นว่าหิ่งห้อยมักจะเกาะอยู่บนต้นลำพู จึงเกิดข้อสงสัยว่าหิ่งห้อยจะเกาะอยู่แต่เฉพาะบนต้นลำพูเท่านั้นหรือ

สุรเชษฐ จามรมาน หัวหน้าภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า หิ่งห้อย เป็นแมลงปีกแข็ง และ ชอบออกหากินตอนกลางคืน แหล่งที่อยู่ของหิ่งห้อยคือ ตามพุ่งไม้ ตามที่ชุ่มชื้นใกล้หนองน้ำ หรือตามลำธารที่มีน้ำใสสะอาด และที่สำคัญต้องเป็นน้ำนิ่ง รวมไปถึงบริเวณป่าโกงกาง ในระยะตัวเต็มวัยหิ่งห้อยมักจะเกาะอยู่ตามต้นไม้ต่างๆ ซึ่งต้นไม้ที่หิ่งห้อยชอบเกาะส่วนใหญ่เป็นต้นไม้ที่มีใบขนาดเล็ก ผิวเรียบ ไม่มีขนทำให้ระคายเคืองต่อตัวหิ่งห้อย เช่น ต้นลำพู ตันลำแพน โพทะเล ต้นฝาก ต้นแสม ต้นสาคู และต้นเหงือกปลาหมอ เป็นต้น

แต่เรามักจะเห็นหิ่งห้อยเกาะอยู่บนต้นลำพูเป็นส่วนใหญ่ มีข้อสันนิษฐานว่าสาเหตุที่หิ่งห้อยชอบเกาะบนต้นลำพูเนื่องจากต้นลำพูเป็น ต้นไม้ใหญ่ มีพุ่มใบหนา และมีใบขนาดเล็กเหมาะสำหรับหิ่งห้อยที่โตเต็มวัยเกาะเพื่อผสมพันธุ์ และเป็นที่ที่เหมาะสำหรับตัวอ่อนอยู่อาศัย เพราะลักษณะโดยทั่วไปของต้นลำพูคือรากของต้นลำพูจะอยู่เหนือพื้นดินระดับที่ แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นเมื่อน้ำทะเลขึ้น น้ำทะเลก็จะท่วมต้นลำพู แต่ก็มีรากบางส่วนที่น้ำทะเลไม่สามารถท่วมถึง ตัวหนอนของหิ่งห้อยก็จะหนีน้ำขึ้นไปอยู่ในส่วนที่น้ำท่วมไม่ถึง จากสาเหตุผลที่กล่าวมาทำให้ทราบว่าเหตุใดหิ่งห้อยจึงชอบเกาะอยู่บนต้นลำพู แต่ก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องพบหิ่งห้อยเกาะอยู่เฉพาะบนต้นลำพูเท่านั้น เรายังสามารถพบหิ่งห้อยบนต้นไม้ชนิดอื่นๆ ได้อีกตามที่กล่าวมาข้างต้น

TIPS คน จีนและคนบราซิลในอดีต มักจับหิ่งห้อยมาใส่ขวดแก้วเพื่อใช้แทนตะเกียงโดยใช้หิ่งห้อยขนาดโตเต็มที่ ประมาณ 6 ตัวก็สามารถให้แสงสว่างมากพอที่จะอ่านหนังสือตอนกลางคืนได้เลยทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: วิทยาศาสตร์รอบตัว(จาก สสวท.)

ฟาร์มโชคชัย วันที่17 มีนาคมของเรา อิอิ :P







เว็บโหลดข้อสอบ ไว้ทำกันได้ :)

1. http://kansuksa.fws.cc/

>>>> มีทั้งข้อสอบ ชีทเก็ง เฉลย GAT PAT ONET มากมาย มีวิทยุฟังเพลง 24 ช.ม. ให้เต็มอิ่มทุกความบันเทิง มีห้องโหลด เพลง MV โปรแกรม ต่างๆ มากมาย


2. http://web.ruammid.com/%E0%B9%82%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A-o-net-52-x%E0%B8%9B-3/

>>> รวมมิตรเว็บ โหลดข้อสอบ o-net 52 \(^o^)/

อาหารบำรุงสายตา(Foods for Eye Health)

อาหารบำรุงสายตา จะมีวิตามินเอ สารอาหารที่ชื่อว่า ลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)เป็นสารอาหารสำคัญในอาหารบำรุงสายตา วิตามินเอจะได้จากอาหารจำพวก ตับไก่ ตับหมู ไข่แดง ฟักทอง ฯลฯ สำหรับสารอาหารลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)นั้นเหมาะสำหรับคนที่ห่วงใยสุขภาพสายตาอย่างจริงจังและคนที่ทำงานโดยใช้สายตามากเช่น คนที่ต้องนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆในแต่ละวันหรือต้องทำงานอยู่กลางแจ้งที่มีแสงแดดจ้า คนที่ต้องขับรถกลางคืนบ่อยๆที่มักจะถูกแสงไฟรถที่วิ่งสวนมาสาดเข้าตาบ่อยๆในลักษณะเดียวกับแสงไฟแฟลชจากกล้องถ่ายรูปทำให้สายตาต้องทำงานหนักเมื่อเจอแสงสว่างในลักษณะนี้

สารอาหารลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)นั้นจะอยู่ในจุดรับภาพของดวงตาคนเรา สารอาหารทั้งสองตัวนี้จะช่วยกรองแสงหรือป้องกันรังสีที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตา นอกจากนี้ลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)ยังช่วยปกป้องไม่ให้เซลล์ของจอประสาทตาถูกทำลาย ดังนั้นการบำรุงรักษาสายตาทำได้โดยรู้จักเลือกกินอาหารที่มีสารลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)อยู่เพื่อประโยชน์ในการบำรุงสายตา

อาหารที่มีลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)ที่ช่วยบำรุงสายตาได้แก่อาหารจำพวกพืชผักผลไม้ที่มีสีเขียวเข้มและสีเหลืองเช่น ผักคะน้า ผักปวยเล้ง ผักโขมและข้าวโพด สารอาหารที่จำเป็นในการบำรุงสายตาควบคู่ไปกับลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)ก็คือวิตามินเอที่ได้จากอาหารจำพวกฟักทอง แครอท ผักตำลึง ตับหมู มะละกอ มะม่วงสุก ผักบุ้ง ฯลฯ นอกจากนี้สารอาหารทั้งสองตัวนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคต้อกระจก(Cataracts) โรคกระจกตาเสื่อม(AMD) มะเร็งเต้านมและโรคหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย

การดูแลรักษาสุขภาพดวงตาให้มีสุขภาพดี นอกจากจะรู้จักเลือกกินอาหารบำรุงสายตาที่มีสารลูทีน(Lutein) ซีแซนทีน(Zeaxanthin)และวิตามินเอแล้วยังมีสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไปเพื่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพของสายตานั่นคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สายตาในการทำงานเช่น ใช้แผ่นกรองแสงกับจอคอมพิวเตอร์และปรับลดระดับแสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์ให้พอเหมาะอย่าให้สว่างจ้ามากเกินไป เมื่อทำงานที่ต้องใช้สายตามากๆเป็นเวลานานให้รู้จักหยุดพักสายตาบ้างสัก 3-5 นาทีแล้วค่อยกลับไปทำงานต่อ เมื่อต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานานควรสวมแว่นกันแดดเพื่อลดปริมาณแสงที่จะเข้ามายังตาของเรา

อาหารบำรุงสายตาช่วยให้ดวงตาได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตาและการปรับพฤติกรรมการทำงานที่ต้องใช้สายตามากๆจะเป็นการป้องกันและช่วยถนอมรักษาดวงตา หากทำทั้งสองอย่างไปพร้อมกันก็เหมือนกับการบำรุงรักษาสายตาจากภายใน(กินอาหารบำรุงสายตา)และป้องกันอันตรายรบกวนกับสายตาจากภายนอก(ปรับพฤติกรรมการใช้สายตา)ซึ่งจะมีผลช่วยถนอมและรักษาดวงตาให้อยู่กับเราไปได้อีกนานเท่านาน.

อาหารบำรุงสมอง(Brain Foods) มีสารอาหารหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อการทำงานของสมอง






สมองเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย หากสมองได้รับการดูแลรักษาที่ดีย่อมเป็นผลดีต่อสุขภาพของคนๆนั้น เรื่องอาหารการกินเป็นปัจจัยหนึ่งทีมีผลต่อการทำงานของสมอง การรู้จักเลือกกินอาหารที่มีสารอาหารช่วยบำรุงสมองจะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารบำรุงสมองแล้วนำไปใช้ในการซ่อมแซมหรือทำให้การทำงานและสุขภาพของสมองเจริญเติบโตแข็งแรงสามารถทำงานตามหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สารอาหารบำรุงสมองที่ได้จากอาหารบำรุงสมองที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมีหลายชนิด แต่สารอาหารบำรุงสมองที่คนส่วนมากจะรู้จักกันดีคือ โอเมก้า-3 (Omega-3) ที่มีอยู่ในปลาทะเลน้ำลึก นอกจากโอเมก้า-3 แล้วยังมีสารอาหารที่มีคุณสมบัติในการบำรุงสมองชนิดอื่นๆ อีกหลายชนิดที่ล้วนมีประโยชน์ต่อการทำงานของสมองไม่น้อยกว่าโอเมก้า-3 สารอาหารเหล่านี้คืออะไรและจะหาได้จากอาหารประเภทใดบ้าง
โอเมก้า-3 มีอยู่ในปลาทะเลน้ำลึกเป็นสารอาหารบำรุงสมองตัวสำคัญที่เป็นรู้จักกันดี เป็นไขมันที่ไม่อิ่มตัวกลุ่มหนึ่งมีอยู่ในปลาแซลมอน ปลาทูน่า ฯลฯ ที่ถูกเรียกรวมๆ ว่า โอเมก้า-3 มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์กับสมองหลายอย่างโดยเฉพาะมีฤทธิ์ต่อจิตใจ ทำให้สมองกระฉับกระเฉงและมีสมาธิดีขึ้น สารอาหารโอเมก้า-3 จะกระตุ้นให้เซลล์สมองมีความไวต่อการรับสัญญาณประสาท เมื่อโอเมก้า-3 เข้าสู่ร่างกายจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและถูกส่งต่อไปยังตับและสมองเพื่อสร้างเซลล์ประสาททำให้การทำงานของสมองดีขึ้น

โคลีน เป็นสารอาหารบำรุงสมองที่ได้จากอาหารบำรุงสมองจำพวก ข้าวกล้อง ข้าวโพด ผักใบเขียวต่างๆ โดยโคลีนจะมีมากในส่วนที่เป็นจมูกข้าวโพด ดังนั้นการนำข้าวโพดมาทำอาหารเพื่อให้ได้สารอาหารโคลีนจึงต้องใช้มีดคมฝานให้ลึกถึงซังข้าวโพด อาการที่ร่างกายขาดโคลีนคือ ปัญหาทางด้านความจำ หลงลืม เศร้าหมอง ขาดสมาธิและจิตใจหดหู่

แมงกานีส เป็นสารอาหารบำรุงสมองอีกชนิดหนึ่งที่เป็นเกลือแร่ช่วยควบคุมดูแลสุขภาพของสมองและระบบประสาท อาหารบำรุงสมองที่มีแมงกานีสมากได้แก่ อาหารทะเล ตับหมู ผักใบเขียวเข้ม นอกจากนี้ผลไม้ที่มีสารอาหารแมงกานีสได้แก่ แอปเปิ้ล มะม่วง เป็นต้น

วิตามินบี เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ซึ่งแยกออกได้หลายชนิดดังนี้ วิตามินบี 1 ช่วยสร้างเซลล์ประสาทให้แข็งแรงมีอยู่ในอาหารบำรุงสมองจำพวกเมล็ดธัญพืชหรืออาหารที่ปรุงจากเมล็ดข้าวเช่น ขนมปัง พาสต้า ฯลฯ วิตามินบี 5 ช่วยในการสร้างโคเอ็นไซม์ที่ใช้ถ่ายทอดสัญญาณประสาทมีมากในอาหารบำรุงสมองประเภทเนื้อวัว ไก่ ปลา สัตว์ปีกและเมล็ดพืชที่เป็นฝักเช่น กระถิน ถั่ว ฯลฯ วิตามินบี 6 เป็นสารอาหารที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความนึกคิดของคน พบได้ในอาหารจำพวก เครื่องในสัตว์ ปลาและเมล็ดถั่วที่เป็นฝัก วิตามินบี 12 เป็นสารอาหารที่ช่วยสร้างความสมบูรณ์ให้เซลล์เม็ดเลือดแดง บำรุงรักษาเนื้อเยื่อประสาท พบในอาหารจำพวก ไข่ นม ปลา และผลิตภัณฑ์จากนมต่าง ๆ

กรดโฟลิค เป็นสารอาหารที่จำเป็นสำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ พบมากในอาหารจำพวก กล้วย ส้ม มะนาว ผักใบเขียว ถั่วเหลืองและธัญพืชต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองกรดโฟลิคเป็นสารอาหารสำคัญต่อระบบการเผาผลาญกรดไขมันโมเลกุลยาวในสมอง

แมกนีเซียม โปแตสเซียมและแคลเซียม ล้วนเป็นสารอาหารที่มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท มักจะพบมากในอาหารบำรุงสมองจำพวกผักใบเขียวเข้ม ผลไม้และธัญพืชต่างๆ นอกจากนี้การกินผักและผลไม้จะทำให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ(Antioxidant) ที่มีประโยชน์ในเรื่องชะลอการเสื่อมของสมองที่อายุมากขึ้นและช่วยป้องกันไม่ให้สมองถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ

นอกจากการรู้จักเลือกกินอาหารบำรุงสมองเพื่อให้ได้สารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกายแล้ว สิ่งที่ต้องทำควบคู่ไปด้วยคือการมีพฤติกรรมการบริโภคที่ดีได้แก่ การไม่งดอาหารเช้า รับประทานอาหารให้ตรงเวลา หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและฝึกการใช้สมอง(ความคิด)ด้วยกิจกรรมฝึกสมอง สิ่งเหล่านี้จะช่วยบำรุงรักษาและชะลอการเสื่อมของสมองอย่างได้ผลดีกว่าการใช้อาหารบำรุงสมองเพียงอย่างเดียว.