Yogurt มีประโยชน์มาก !!~

Yogurt มีประโยชน์มาก
กินทีเดียวคุ้ม เพราะประโยชน์มันมากจริงๆ

-โยเกิร์ตเป็นอาหารที่กินง่าย บางอันมีรสชาติอร่อยเหมือนกับการกินของหวานเลยทีเดียว ยังสามารถกินได้ตลอดเวลา แต่ช่วงเช้ายามท้องว่างๆ จะดีมาก
-เมื่อกินโยเกิร์ตเข้าไปจะช่วยลดปริมาณสารที่ทำให้เกิดกลิ่นปาก เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ การเดินทางของโยเกิร์ตยังเดินทางลงไปตามทางเดินอาหาร จุลินทรีย์ในโยเกิร์ตจะเข้าไปจัดการกับเชื้อจุลินทรีย์อื่นที่อยู่ในลำไส้ ช่วยบรรเทาอาการท้องเสียได้
-ช่วยด้านภูมิคุ้มกันในร่างกายโดย ช่วยกระตุ้นการสร้างสารแอนติบอดี้และเพิ่มปริมาณสารอินเฟอร์รอน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค เป็นแหล่งวิตามิน บี1(ไรโบฟลาวิน) แบคทีเรียในโยเกิร์ตยังช่วยสังเคราะห์วิตามิน บีและวิตามิน เค ในลำไส้ด้วย


-โยเกิร์ตให้โปรตีนและแคลเซียมสูงกว่านมธรรมดา เพราะลำไส้ของเราย่อยนมไม่ได้ แต่โยเกิร์ตมีกรดแลกติกที่จะช่วยย่อยแคลเซียมให้เล็กลง ทำให้ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ สำหรับหนุ่มที่ดื่มนมแล้วท้องเสีย แบบพี่มิ้ง ลองหันมากินโยเกิร์ตก็ได้ เพราะน้ำตาลแลคโตสที่ทำให้เราวิ่งเข้าห้องน้ำเนี่ย จะถูกเปลี่ยนเป็นกรดแลคติกที่ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ง่ายและช่วยเรื่องระบบเผาผลาญอีกแหนะ




คำว่า " แม่ " นั้นมีความหมายว่าอะไร

คำว่า " แม่ " นั้นมีความหมายว่าอะไร




คำว่า แม่ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานให้ คำนิยามว่า หญิงในฐานะผู้ให้กำเนิดแก่ลูก หรือคำที่ลูกเรียกหญิงผู้ให้กำเนิดตน คำว่า แม่ ตามทัศนะของคนไทยได้ให้ความสำคัญมาก นอกจากจะหมายถึงหญิงหรือสัตว์ตัวเมียที่ให้กำเนิดแก่ลูกแล้ว ยังให้ความหมายที่สำคัญต่อตำแหน่งของบุคคล สถานที่ และวัตถุสิ่งของด้วย เช่น แม่ทัพ แม่น้ำ แม่บท แม่พิมพ์ แม่เหล็ก เป็นต้น





ในทางพระพุทธศาสนา ในโสถนนทชาดกได้ให้ความหมาย คำว่า แม่ ดังนี้

สุหทา มาตา มารดาเป็นผู้ใจดี
ชนยนฺตี มาตา มารดาเป็นผู้ให้กำเนิด
โปเสนฺตี มาตา มารดาเป็นผู้เลี้ยงดู
โคเปนฺตี มาตา มารดาเป็นผู้คุ้มครองรักษา
วิหณฺณนฺติมาตา มารดาเป็นผู้เดือดร้อนเป็นห่วงเป็นใย
อนุกมฺปกา ปติฏฺฐา จ ปุพฺเพ รสทที จ โน มคฺโค สคฺคสฺส โลกสฺส
มารดาเป็นผู้เอ็นดู เป็นที่พึง เป็นผู้รส (น้ำนม) มาก่อน เป็นทางแห่งโลกสวรรค์

วันแม่ปีนี้บอกรักคุณแม่กันแล้วหรือยังจ๊ะ ถ้ายังก็รีบทำซะนะ


เนย เนย เนย !!!~

เนย เนย เนย !!! O0O
ชนิดของเนยแข็งฝรั่งเศสที่ขึ้นชื่อ อาทิ 1. รอคฟอร์ต (Roquefort) เนยกลิ่นแรงรสจัดมีเส้นสีฟ้าๆอยู่ในเนื้อเนย 2. กามองแบร์ (Camembert) เนยสีขาวนวลเนื้อนิ่ม มีเปลือกสีขาวรอบนอก ซึ่งกินได้ แต่ไม่ค่อยกิน3. บรี (Brie) เนยสีฟ้า หรือ Blueมาดูรูปของเนยแข็งกัน !!!
เนยแข็งรูปหัวใจ
Coeur de Chevre



Coeur de Neufchatel




Coeur d'Arras

ต่อไปเป็นเนยชื่อดังของฝรั่งเศส


Brie



Roquefort



Camembert

เนยแข็ง เป็นยังไงนะ ?

เนยแข็ง เป็นยังไงนะ ?


เนยแข็งมีมากกว่า 3,000 ชนิดทั่วโลก ดังนั้นเกณฑ์การแบ่งประเภทและชนิดของเนยแข็งจึงมีความหลากหลาย เนยแข็งบางประเภทแม้จะมีลักษณะเหมือนกันทุกประเภทแต่ก็มีชื่อเรียกต่างกันตามแต่ละท้องถิ่น วิธีการจำแนกประเภทของเนยแข็งจึงทำได้โดยอาศัยหลักเกณฑ์บางอย่าง เช่น ชนิดของน้ำนมที่ใช้ ระยะเวลาในการบ่ม เชื้อราที่ใส่ลงไปเพื่อแยกไขมันออกจากน้ำนม อุณหภูมิที่ใช้ในการหมักบ่ม พื้นผิวและความราบเรียบของเนยแข็ง


1.เนยแข็งประเภท Fresh Cheese คือ เนยแข็งที่ไม่ต้องผ่านความร้อนและไม่ต้องหมักบ่ม มีกลิ่นและรสไม่จัด ออกรสเปรี้ยวอ่อนๆ เนื้อในนิ่มเป็นครีม มีความชื้นสูง เช่น Cream Cheese, Feta, Mozzarella, Ricotta, Cottage Cheese, Mascarpone


2.เนยแข็งประเภท Soft-White Cheese คือ เนยแข็งที่ทำจากนมที่มีความเข้มข้นของครีมสูง เนื้อในจึงมีลักษณะเป็นครีมแข็ง ผิวนอกจะค่อนข้างบาง เมื่อทานแล้วจะค่อยๆละลายในปาก มีความชื้นน้อยกว่าเนยแข็งประเภท Fresh Cheese และจะต้องผ่านกระบวนการบ่มด้วยราสีขาวก่อนนำมาบริโภค เช่น Brie, Camembert, Neufchatel


3.เนยแข็งประเภท Natural-Rind Cheese คือ เนยแข็งที่ทำจากนมแพะตามแบบฝรั่งเศส มีพัฒนาการมาจากเนยแข็งประเภท Fresh Cheese แต่จะต้องผ่านการขับน้ำทิ้งมากกว่าจึงมีความชื้นน้อยกว่า หลังจากการบ่มเนยแข็งประเภทนี้จะมีรอยย่นพื้นบนผิวรอบนอกมาก มีรสชาติที่เด่นขึ้นด้วย เนยแข็งประเภทนี้จะบ่มด้วยราสีฟ้าค่อนข้างเทา มีจุดสีน้ำเงินออกน้ำตาลที่ผิวเนยแข็ง และเมื่อมีอายุมากขึ้นก็จะมีกลิ่นแรงขึ้นด้วย เช่น Crottin de Chavignol, Sainte-Maure de Touraine


4.เนยแข็งประเภท Wash-Rind Cheese คือ เนยแข็งผิวนอกมีความเหนียวและมีสีน้ำตาลส้ม ซึ่งเกิดจากการล้างด้วยน้ำเกลือระหว่างการบ่ม มีตั้งแต่กลิ่นหอมจากเครื่องเทศไปจนถึงกลิ่นฉุน เช่น Herve, Limburger, Munster


5.เนยแข็งประเภท Hard Cheese คือ เนยแข็งที่เกิดจากการนำหางนมออกไปมากจนความชื้นในเนยแข็งเหลือเพียงเล็กน้อย เปลือกเนยแข็งจะหนา เนื้อแข็ง ใช้เวลาบ่มนาน เช่น Cheddar, Emmemtal, Gouda, Pecorino, Romano, Beaufortการแบ่งเนยแข็งออกเป็น 5 ประเภทที่ได้กล่าวไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างของการแบ่งประเภทเนยแข็งเพียงคร่าวๆ ในความเป็นจริงแล้วเนยแข็งทั้ง 5 ประเภทยังสามารถแบ่งย่อยได้อีก เช่น แบ่งตามประเทศที่ผลิต แบ่งตามการกดอัดและการปรุงแต่ง แบ่งตามใยหุ้มเชื้อรา เป็นต้น

10 ข้อ ที่ทำให้หล่อ สวย และหน้าใส

10 ข้อ ที่ทำให้หล่อ สวย และหน้าใส

ทำจากใจเท่านั้น รับรองว่าเห็นผลชัวร์!!!
ต่างก็อยากที่จะดู "หล่อ สวย หน้าใส และอ่อนเยาว์" อยู่ตลอดเวลาใช่ไหมจ๊ะ
ถ้า “ใช่” ก็ต้องทำ 10 ข้อนี้เลย..

แก้วมังกร : ผลไม้ประหลาดรสชาติอร่อย


แก้วมังกร
เป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวานอร่อย และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แคลอรี่ต่ำอุดมไปด้วยวิตามินซี แมกนีเซียมและแคลเซียม แก้วมังกรเป็นผลไม้ที่มีกากใยสูง เมล็ดสีดำเล็กๆ ที่กระจายอยู่ทั่วไปในผลแก้วมังกรจะอุดมไปด้วยไขมันที่ไม่อิ่มตัวซึ่งช่วยต่อต้านปฏิกิริยาอ๊อกซิเดชั่น แก้วมังกรจึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพในหลายด้าน

สรรพคุณของแก้วมังกร

อีกอย่างหนึ่งคือใช้เป็นผลไม้เสริมสุขภาพและความงาม ใช้บริโภคเพื่อจุดประสงค์ในการลดน้ำหนัก เนื่องจากเมื่อกินแก้วมังกรแล้วจะรู้สึกอิ่มและในผลแก้วมังกรก็มีกากใยสูงประกอบกับให้แคลอรี่ต่ำจึงนิยมใช้บริโภคเพื่อลดน้ำหนัก

แก้วมังกรเป็นพืชในตระกูลกระบองเพชร
ซึ่งมีสารที่มีประโยชน์คือมิวซิเลจ (Mucilage) ที่มีลักษณะคล้ายวุ้นเจลช่วยดูดซับน้ำในร่างกาย ควบคุมระดับกลูโคสในคนที่เป็นโรคเบาหวาน (ชนิดไม่พึ่งอินซูลิน)ได้ แก้วมังกรยังมีประโยชน์ในการบรรเทาโรคโลหิตจางช่วยเพิ่มธาตุเหล็กให้แก่ร่างกาย นอกจากนี้ผลแก้วมังกรยังมีสรรพคุณในการป้องกันโรคหัวใจ มะเร็งลำไส้และต่อมลูกหมาก เบาหวานช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของกระดูกและฟัน

สับปะรด อาหารสมอง


สารอาหารที่อยู่ในสับปะรดมีประโยชน์จำนวนมาก
และมีคุณค่าทางยาสูง มีสรรพคุณช่วยย่อยอาหารจำพวกเนื้อ เสริมการดูดซึมอาหาร ดับร้อนแก้กระหาย สับปะรดยังมีสารจำพวก น้ำตาล กรด วิตามิน อยู่หลายชนิด


การรับประทานสับปะรดเป็นประจำ
จะช่วยป้องกันโรค ไตอักเสบ ความดันโลหิตสูง หลอดลมอักเสบ สับปะรดที่เริ่มนิ่ม มีน้ำเหนียว ๆ ไหลออกมา แสดงว่าสุกมากเกินไปและเริ่มเน่า ไม่ควรรับประทาน

การรับประทานที่ถูกวิธี
คือ ใช้มีดใหญ่เฉือนเปลือกออกจนหมด จากนั้นจึงใช้มีดตัดส่วนตาออกเป็นร่องเฉียง เป็นแถว ๆ เอาส่วนตาออกแล้วตัดเป็นชิ้น แล้วเอาเกลือแกงทาให้ทั่วหรือมิฉะนั้นก็แช่ในน้ำเกลืออ่อน ๆ ประมาณ 2-3 นาที การทาเกลือหรือแช่ในน้ำเกลือนอกจากจะทำให้รสชาติดีขึ้นแล้ว ยังเป็นการทำลายสารจำพวก Glycoalkaoid และ เอ็มไซม์ บางชนิด ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ หลังรับประทาน